เขียนโดย Super User
ฮิต: 636

สารเคมีที่ใช้ในการเลี้ยงแคคตัส 

1. ปุ๋ยและสารบำรุงต่างๆ เช่นปุ๋ย ยาบำรุงราก แคคตัส

 

ปุ๋ยละลายช้า สูตร 3 หรือ 6 เดือน แนะนำให้ผสมดินปลูกในตอนปลูกไปเลย ถามว่าจำเป็นมั้ยตอบก็ไม่มาก ให้ไม่กราฟได้ประโยชน์เพราะมันกินเยอะและเร็วกว่า

ปุ๋ย แคคตัส ถ้าเป็นไม้รากตัวเอง หรือไม้เมล็ด ให้ใช้ปุ๋ยเกร็ดละลายน้ำ….การรด รดลงดิน หรือจะพ่นเป็นสเปรที่ต้นก็ได้ ถ้าผสมตามสูตร 1 กรัมต่อน้ำ 1ลิตร สามารถให้ได้ทุก 10วันเลย แนะนำให้ใช้ สูตรเสมอ 21-21-21 แต่บางท่านแนะนำให้ใช้สูตรที่มีตัวหน้าต่ำ อันนี้ต้องลองใช้ได้เปรียบเทียบผมดูเอาเองน๊ะครับ ส่วนปุ๋ยเมล็ด 16-16-16 เมล็ดฟ้า ให้ไม้กราฟได้เล็กน้อย อย่างมากที่สุดเดือนละครั้ง และไม่มาก เพราะจะทำให้ดินเสีย

ยาบำรุงราก B1 หรืออื่นๆ สามารถผสมกับปุ๋ยเกร็ดละลายน้ำ ฉีดพ่นหรือรดลงดินได้เลย โดยละลายปุ๋ยก่อน ค่อยใส่ B1 ตาม (ยี่ห้ออื่นก็ได้น๊ะ แต่คงรู้จัก B1 กันเยอะ)

 

ปล. B1 ถ้าเขียนที่ขวดว่าวิตตามิน ไม่ใช่ยาเร่งรากน๊ะครับอ่านข้างขวดให้ระเอียดอีกทีว่ามีสารเร่งรากมั้ย ไม่งั้นมันจะเป็นเพียงวิตตามิน B(อะไรบ้างก็ไม่รู้) ที่ช่วนบำรุงให้รากแข็งแรงแตกรากฝอยหาอาหารได้ดีกว่าเดิม …..ถ้าในคนก็บำรุงระบบประสาทและสมอง

 

2. สารเร่งการเกิดราก แคคตัส

 

จะแบ่งออกเป็น 2 ตัวที่ใช้ได้ผลชัดเจน คือ IBA.( Indole butyric acid) และ NAA.( Napthalene acetic acid) สูตรเคมีแต่ละยี่ห้อก็จะแตกต่างกันไป ที่มีขายในไทยและใช้กันอยู่จะเป็นกลุ่ม IBA ที่ผมใช้ได้ผมชัดเจนมี รูสโกล และผงเร่งรากที่แบ่งขายกัน ถามว่าจำเป็นมั้ย ส่วนตัวถือว่าจะเป็นมาก การที่ทิ้งไว้นานแล้วรากไม่ออก จะทำให้ต้นโทรมเติบโตไม่ต่อเนื่อง รากไม่ออกนานๆก็อาจจะจากไปเลยก็ได้ จึงจำเป็นต้องพึงพาการล่อราก โดยใช้ความชื้น การที่รากออกมาได้มากและเร็วถือเป็นความได้เปรียบมากๆ วิธีการใช้ ถ้าไม้มีรากอยู่แล้ว ถือว่าปลอดภัยมาก หลังจากล้างรากและตัดแต่งรากแล้ว ให้ทาที่รากได้เลย จะผสมน้ำ 1/1 หรือทาเพียวๆก็ได้ ทาเสร็จวางใว้ที่อากาศถ่ายเท โดนแดดได้ตอนเช้าๆ รอ 7-10 วัน ความอัศจรรย์จะบังเกิด เมื่อตุ่มรากสร้างแล้วสามารถลงปลูกได้เลย ควรใช้ดินหมาดๆชื้นนิดๆ ในการปลูก แล้วงดน้ำไปซัก 1 สัปดาห์…………ส่วนไม้ตัดลงไม่มีราก ถ้าเป็นตอสามารถทาได้เลยตอนแผลสด แต่ถ้าไม่เหลือตอเป็นเนื้อไม้ พักไว้ซัก 1 วันให้แผลมันหมาดก่อนเพื่อความปลอดภัย(จริงๆผมทาตอนสดๆเลยน๊ะการล่อราก จะใช้ในกรณีที่ทิ้งไว้นานแล้วรากไม่ออกซักทีเท่านั้น เพราะเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อราได้

 

3. สารเคมีกำจัดโรคและแมลง แคคตัส

 

สารกำจัดแมลง ส่วนมากที่พบ จะเป็นเพลี้ยต่างๆทั้งบนต้นและที่ราก ไรแดง ใส้เดือนฝอย
เพลี้ยบนดินให้ใช้พอสซ์หรือยี่ห้ออื่นๆ ผมลองใช้มาลาไทออนแล้วฆ่าไม่ตาย ไม่รู้ยาปลอมป่าว….พอสซ์กำจัดเพลี้ยที่เกาะต้นได้ทั้งหมด ทั้งเพลี้ยแป้งเพลี้ยหอย ไรแดงก็ตายด้วย (แต่เพลี้ยญี่ปุ่นไม่รู้ยังไม่เคยโดนเพลี้ยแป้งในดิน อันนี้แก้ไขยากถ้ามันขึ้นแล้ว เคมีที่ใช้คือสตาเกิ้ลจีให้ใช้ผสมกับดินตอนปลูกจะได้ผลดี ไรแดง ใช้ออทุสหรือยี่ห้ออื่นๆ อันนี้ผมไม่เคยใช้ แต่น้องแนะนำมา เพราะพอสซ์ที่ใช้ประจำมันจัดการตัวนี้ได้ด้วยเลยไม่ระบาดซักเท่าไหร่ ใส้เดือนฝอย….ไม่เคยเห็นตัวเลย แต่รู้ว่ามันมี รากกุดๆ เป็นปม รากฝอยหายไป สงสัยมันไว้ก่อนเลย ส่วนเคมีที่ใช้ผมใช้ฟูราดาน ซึ่งเลิกผลิตไปแล้ว และมีสารตกค้างสูง….ลองหาทางเลือกอื่นดูน๊ะครับ แต่ตัวนี้เป็นตัวแสบตัวนึงเลย

 

โรคและราต่างๆ แคคตัส …..ส่วนมากจะมีปัญหาที่เกิดจากเชื้อราแทบทั้งหมด ชื่อสามัญก็จะมี (เท่าที่เคยใช้)
แคปแทน

คาร์เบ็นดาซิม
แมนโคเซ็บ
เมตาแลกซิล

 

จากประสบการณ์ตรงส่วนตัว ถ้าราเกิดขึ้นแล้วทั้ง 4 ตัวที่เคยใช้จะคุมไม่อยู่ ยกตัวอย่างการทดลองราสนิมที่เกิดจากช้างด่าง ช่วยชะลอการลุกกลามได้เล็กน้อย ถึงแม้จะฉีด จะทา จะแช่ จะเข้มขนขนาดไหน (จนช้างปะแป้งเป็นกุมารทอง) ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการลุกกลามของราสนิมได้ ขึ้นยันยอด…..แต่ยากันราใช้ดีก็ต่อเมื่อเชื้อรายังไม่ตั้งรกราก คุมก่อนเกิด หรือใช้ในการเพาะเมล็ด…………..แต่อย่าเพิ่งถอดใจ ยังมีอีกตัวที่จะช่วยเราได้
ผมเองหลังจากกลุ้มใจเรื่องราสนิมจนต้องทิ้งช้างด่างไปเกือบหมด เหลืออยู่ที่ติดเชื้อน้อยๆไว้2ต้น ซึ่งคิดว่าไม่รอดแน่ๆ แต่แล้วก็ได้มาลองใช้ไตรโกรเดอม่าเป็นเชื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งผมขอระบุว่าเป็นเชื้อราโดยดูจากลักษณะการเติบโต มันเติบโตเป็นเส้นไยเหมือนเชื้อรา คุณสมบัติของมันคือ ทำลายเชื้อรา แต่อยู่ร่วมกับพืชโดยไม่ก่อให้เกิดโรค พูดง่ายๆ คือ รากินรา ซึ่งเค้าใช้กันในนาข้าวอินทรีย์ได้ผลดีมากมาก่อน หลังจากทดลองใช้ ราสนิมหยุดการเติบโต หยุดลาม ยอดใหม่เดินโดยไม่มีราสนิม ตอนนี้ยาในการกำจัดเชื้อรา จึงยกให้ไตรโกรเดอมาแทน ส่วนยากันรา เอาไว้ใช้เพาะเมล็ดกับตอนตัดลงแทน

 เอราท็อกซ์ (ไทอะมีทอกแซม) ตัวนี้ออกฤทธิ์โดยตรงกับพวกเพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง เพลี้ยญี่ปุ่น เพลี้ยแป้งที่ราก และเพลี้ยอื่นๆ ไม่เหม็น ใช้น้อย ได้ผลจริงครับ

 

ข้อควรจำ
การพ่นปุ๋ย ยา ต่างๆ ควรพ่นก่อนหรือหลังแดดจัด เช่นเช้าตรู่ หรือซัก 5โมงเย็น ไตรโกรเดอม่าให้พ่นช่วงเย็น เชื้อจะได้ไม่ตายก่อนได้ทำหน้าที่ และควรพ่นบริเวณใกล้เคียงโดยรอบด้วย ทั้งใต้โต๊ะและบนพื้นโต๊ะ
การแช่ยาที่มีความเข้มข้นเป็นเวลานานไม่ควรทำ อาจจะทำให้ผิวไม้เสีย และไม่สามารถต้านทานต่อการโจมตีของโรค รา หรือแสงแดดได้
การกำจัดเพลี้ย ไม่ควรเขี่ยเพลี้ยทิ้ง ขัดหรือขูดต้น เดี๋ยวจะเป็นแผลซ้ำ แถมไข่และตัวอ่อนที่เราไม่เห็นจะกระจายไปที่อื่น แค่ฉีดก็เพียงพอแล้ว

 

เครดิต Kuson Bumpentum