เคมีหลักๆที่จำเป็นในการเลี้ยง แคคตัส

เคมีหลักๆที่จำเป็นในการเลี้ยงแคตัส

1. ปุ๋ยและสารบำรุงต่างๆ เช่นปุ๋ย ยาบำรุงราก แคตัส

ปุ๋ยละลายช้า สูตร 3 หรือ 6 เดือน แนะนำให้ผสมดินปลูกในตอนปลูกไปเลย ถามว่าจำเป็นมั้ย …ตอบก็ไม่มาก ให้ไม่กราฟได้ประโยชน์เพราะมันกินเยอะและเร็วกว่า

ปุ๋ย แคตัส ถ้าเป็นไม้รากตัวเอง หรือไม้เมล็ด ให้ใช้ปุ๋ยเกร็ดละลายน้ำ….การรด รดลงดิน หรือจะพ่นเป็นสเปรที่ต้นก็ได้ ถ้าผสมตามสูตร 1 กรัมต่อน้ำ 1ลิตร สามารถให้ได้ทุก 10วันเลย แนะนำให้ใช้ สูตรเสมอ 21-21-21 แต่บางท่านแนะนำให้ใช้สูตรที่มีตัวหน้าต่ำ อันนี้ต้องลองใช้ได้เปรียบเทียบผมดูเอาเองน๊ะครับ ส่วนปุ๋ยเมล็ด 16-16-16 เมล็ดฟ้า ให้ไม้กราฟได้เล็กน้อย อย่างมากที่สุดเดือนละครั้ง และไม่มาก เพราะจะทำให้ดินเสีย

ยาบำรุงราก B1 หรืออื่นๆ สามารถผสมกับปุ๋ยเกร็ดละลายน้ำ ฉีดพ่นหรือรดลงดินได้เลย โดยละลายปุ๋ยก่อน ค่อยใส่ B1 ตาม (ยี่ห้ออื่นก็ได้น๊ะ แต่คงรู้จัก B1 กันเยอะ)

ยาบำรุงราก B1

ปล. B1 ถ้าเขียนที่ขวดว่าวิตตามิน ไม่ใช่ยาเร่งรากน๊ะครับ…อ่านข้างขวดให้ระเอียดอีกทีว่ามีสารเร่งรากมั้ย ไม่งั้นมันจะเป็นเพียงวิตตามิน B(อะไรบ้างก็ไม่รู้) ที่ช่วนบำรุงให้รากแข็งแรงแตกรากฝอยหาอาหารได้ดีกว่าเดิม …..ถ้าในคนก็บำรุงระบบประสาทและสมอง

2. สารเร่งการเกิดราก แคตัส

จะแบ่งออกเป็น 2 ตัวที่ใช้ได้ผลชัดเจน คือ IBA.( Indole butyric acid) และ NAA.( Napthalene acetic acid) สูตรเคมีแต่ละยี่ห้อก็จะแตกต่างกันไป ที่มีขายในไทยและใช้กันอยู่จะเป็นกลุ่ม IBA ที่ผมใช้ได้ผมชัดเจนมี รูสโกล และผงเร่งรากที่แบ่งขายกัน
ถามว่าจำเป็นมั้ย ส่วนตัวถือว่าจะเป็นมาก การที่ทิ้งไว้นานแล้วรากไม่ออก จะทำให้ต้นโทรมเติบโตไม่ต่อเนื่อง รากไม่ออกนานๆก็อาจจะจากไปเลยก็ได้ จึงจำเป็นต้องพึงพาการล่อราก โดยใช้ความชื้น การที่รากออกมาได้มากและเร็วถือเป็นความได้เปรียบมากๆ
วิธีการใช้ ถ้าไม้มีรากอยู่แล้ว ถือว่าปลอดภัยมาก หลังจากล้างรากและตัดแต่งรากแล้ว ให้ทาที่รากได้เลย จะผสมน้ำ 1/1 หรือทาเพียวๆก็ได้ ทาเสร็จวางใว้ที่อากาศถ่ายเท โดนแดดได้ตอนเช้าๆ รอ 7-10 วัน ความอัศจรรย์จะบังเกิด เมื่อตุ่มรากสร้างแล้วสามารถลงปลูกได้เลย ควรใช้ดินหมาดๆชื้นนิดๆ ในการปลูก แล้วงดน้ำไปซัก 1 สัปดาห์…………ส่วนไม้ตัดลงไม่มีราก ถ้าเป็นตอสามารถทาได้เลยตอนแผลสด แต่ถ้าไม่เหลือตอเป็นเนื้อไม้ พักไว้ซัก 1 วันให้แผลมันหมาดก่อนเพื่อความปลอดภัย(จริงๆผมทาตอนสดๆเลยน๊ะ)….
การล่อราก จะใช้ในกรณีที่ทิ้งไว้นานแล้วรากไม่ออกซักทีเท่านั้น เพราะเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อราได้

3. สารเคมีกำจัดโรคและแมลง แคตัส

3.1 สารกำจัดแมลง ส่วนมากที่พบ จะเป็นเพลี้ยต่างๆทั้งบนต้นและที่ราก ไรแดง ใส้เดือนฝอย
เพลี้ยบนดินให้ใช้ “พอสซ์” หรือยี่ห้ออื่นๆ ผมลองใช้มาลาไทออนแล้วฆ่าไม่ตาย ไม่รู้ยาปลอมป่าว….พอสซ์กำจัดเพลี้ยที่เกาะต้นได้ทั้งหมด ทั้งเพลี้ยแป้งเพลี้ยหอย ไรแดงก็ตายด้วย (แต่เพลี้ยญี่ปุ่นไม่รู้ยังไม่เคยโดน)
เพลี้ยแป้งในดิน อันนี้แก้ไขยากถ้ามันขึ้นแล้ว เคมีที่ใช้คือ “สตาเกิ้ลจี” ให้ใช้ผสมกับดินตอนปลูกจะได้ผลดี
ไรแดง ใช้ “ออทุส” หรือยี่ห้ออื่นๆ อันนี้ผมไม่เคยใช้ แต่น้องแนะนำมา เพราะพอสซ์ที่ใช้ประจำมันจัดการตัวนี้ได้ด้วยเลยไม่ระบาดซักเท่าไหร่ ใส้เดือนฝอย….ไม่เคยเห็นตัวเลย แต่รู้ว่ามันมี รากกุดๆ เป็นปม รากฝอยหายไป สงสัยมันไว้ก่อนเลย ส่วนเคมีที่ใช้ผมใช้ฟูราดาน ซึ่งเลิกผลิตไปแล้ว และมีสารตกค้างสูง….ลองหาทางเลือกอื่นดูน๊ะครับ แต่ตัวนี้เป็นตัวแสบตัวนึงเลย

3.2 โรคและราต่างๆ แคตัส …..ส่วนมากจะมีปัญหาที่เกิดจากเชื้อราแทบทั้งหมด ชื่อสามัญก็จะมี (เท่าที่เคยใช้)
– แคปแทน
– คาร์เบ็นดาซิม
– แมนโคเซ็บ
– เมตาแลกซิล

capten

“จากประสปการณ์ตรงส่วนตัว ถ้าราเกิดขึ้นแล้ว” ทั้ง 4 ตัวที่เคยใช้จะคุมไม่อยู่ ยกตัวอย่างการทดลองราสนิมที่เกิดจากช้างด่าง ช่วยชะลอการลุกกลามได้เล็กน้อย ถึงแม้จะฉีด จะทา จะแช่ จะเข้มขนขนาดไหน (จนช้างปะแป้งเป็นกุมารทอง) ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการลุกกลามของราสนิมได้ ขึ้นยันยอด…..แต่ยากันราใช้ดีก็ต่อเมื่อเชื้อรายังไม่ตั้งรกราก คุมก่อนเกิด หรือใช้ในการเพาะเมล็ด…………..แต่อย่าเพิ่งถอดใจ ยังมีอีกตัวที่จะช่วยเราได้
ผมเองหลังจากกลุ้มใจเรื่องราสนิมจนต้องทิ้งช้างด่างไปเกือบหมด เหลืออยู่ที่ติดเชื้อน้อยๆไว้2ต้น ซึ่งคิดว่าไม่รอดแน่ๆ แต่แล้วก็ได้มาลองใช้ “ไตรโกรเดอม่า” เป็นเชื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งผมขอระบุว่าเป็น “เชื้อรา” โดยดูจากลักษณะการเติบโต มันเติบโตเป็นเส้นไยเหมือนเชื้อรา คุณสมบัติของมันคือ ทำลายเชื้อรา แต่อยู่ร่วมกับพืชโดยไม่ก่อให้เกิดโรค พูดง่ายๆ คือ รากินรา ซึ่งเค้าใช้กันในนาข้าวอินทรีย์ได้ผลดีมากมาก่อน หลังจากทดลองใช้ ราสนิมหยุดการเติบโต หยุดลาม ยอดใหม่เดินโดยไม่มีราสนิม ตอนนี้ยาในการกำจัดเชื้อรา จึงยกให้ไตรโกรเดอมาแทน ส่วนยากันรา เอาไว้ใช้เพาะเมล็ดกับตอนตัดลงแทน

ข้อควรจำ
– การพ่นปุ๋ย ยา ต่างๆ ควรพ่นก่อนหรือหลังแดดจัด เช่นเช้าตรู่ หรือซัก 5โมงเย็น ไตรโกรเดอม่าให้พ่นช่วงเย็น เชื้อจะได้ไม่ตายก่อนได้ทำหน้าที่ และควรพ่นบริเวณใกล้เคียงโดยรอบด้วย ทั้งใต้โต๊ะและบนพื้นโต๊ะ
– การแช่ยาที่มีความเข้มข้นเป็นเวลานานไม่ควรทำ อาจจะทำให้ผิวไม้เสีย และไม่สามารถต้านทานต่อการโจมตีของโรค รา หรือแสงแดดได้
– การกำจัดเพลี้ย ไม่ควรเขี่ยเพลี้ยทิ้ง ขัดหรือขูดต้น เดี๋ยวจะเป็นแผลซ้ำ แถมไข่และตัวอ่อนที่เราไม่เห็นจะกระจายไปที่อื่น แค่ฉีดก็เพียงพอแล้ว

เครดิต Kuson Bumpentum